July 06, 2005

Sudsakorn2

ad1021bc.JPG
 
สุดสาครตอนที่๒
 

สุดสาคร


ที่ตั้งชื่อไว้ว่าสุดสาคร แม่ยุ้ยและน้ำตาในตอนแรกนั่น
ไม่ต้องสงสัยไปว่า ทำไมแม่ยุ้ยต้องมีน้ำตา
ชะรอยจะเป็นนางผีเสื้อสมุทรร้องไห้หาลูกซะละกระมัง
ไม่ใช่อะไรอย่างนั้นแน่
กระไรเลย จะเหมาให้เป็นนางในวรรณคดีไปได้....



คนที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองคิดว่าจะเข้าใจความรู้สึกอันนี้ดีโดยไม่ต้องอธิบาย
แค่เห็นตัวหนังสือภาษาอื่นที่เขียนว่าไทย ก็เข้าไปอ่านเข้าไปหาแล้ว
เห็นผักไทยก็ซื้อ เห็นแผนที่ประเทศไทยก็ไปนั่งมอง
ราวกับนึกว่ามุดเข้าแผนที่นั้นแล้วจะไปโผล่ที่เมืองไทยได้
ถึงอย่างนั้นเชียวหนอ...



กลับมาที่สุดสาครใหม่...

ผู้หญิงที่เป็นคนเชิดหุ่นสุดสาครใส่ชุดดำมีไมค์ติดไว้ที่ปาก
เธออธิบายว่า สุดสาครมีเมนหลักคือจะไปตามหาพ่อ
เธอไม่ได้บอกเด็กๆว่า พ่อสุดสาครชื่อพระอภัยมณี
เพราะคงไม่รู้จะบอกไปทำไม



พระเอกตัวน้อยของเราเรียนเสร็จจบหลักสูตร มีไม้เท้าวิเศษ กับม้านิลมังกร
ตรงนี้จะด้วยแปลคลาดเคลื่อนหรือหูเฝื่อนฝาด(หูคนแปล)ก็ไม่ทราบได้
เธอเรียกว่า "นีมังกร"
แม่ยุ้ยฟังอยู่นานก็นึกไม่ออกว่าชื่อจริงๆว่าอะไร มานึกออกเอาภายหลัง



แล้วสุดสาครก็เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆได้ด้วยการพูดว่า

"อ้าว เพื่อนๆไม่ได้มีแม่เป็นนางเงือกหรอกหรือ"

เด็กๆส่ายหัวไปมาโดยเฉพาะน้องๆป.๑ ที่กำลังอยู่ในวัยเดียวกับสุดสาคร
ไม่ต้องพูดถึงพี่ป.๕ กะป.๖
คงนึกไม่ออกว่าทำไมมันหน่อมแน้มอย่างนี้ก็เป็นได้

นี่ถ้ารู้ว่าพระอภัยมณีมีเมียเป็นแม่ยุ้ย เอ้อ...
เป็นยักษ์ผีเสื้อสมุทรอีกล่ะก็ อาจจะเปลี่ยนความคิดได้
ว่าช่างแฟนตาซีอะไรเช่นนั้น

ที่สำคัญ ตอนนี้นางผีเสื้อมานั่งร้องไห้อยู่ท้ายโรงยิมฯอีกต่างหาก..



แล้วชีเปลือยก็ออกมา "หนวดถึงเข่าเคราถึงนมผมถึงตีน" นั่นล่ะ
จำไม่ค่อยได้แล้ว
ในภาคภาษาญี่ปุ่นเขาให้ชื่อว่า "ฤษีซัง" ก็แปลผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันไป
ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาก็ลืม...



แล้วชีเปลือยก็ถีบสุดสาครโครมเดียวตกหน้าผาไป
เอาไม้เท้ากับขี่ม้านิลมังกรหนีไป

เอะอะครึกโครมอยู่บนเวทีกันสักพัก ปนกับเสียงหัวเราะของเด็กๆไปเรื่อยๆ
โยคีก็ออกมาช่วย
เห็นรุ้งคาดเวทีได้สักครู่ คนก็เชิดโยคีวิ่งออกมา

"เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้มีที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา.........."

เขาเชิดโยคีผ่านหน้าไปขณะที่กลอนบทนี้ดังอึงอลอยู่ในสมอง



ถ่ายรูปไม่ได้ถนัดนักเพราะนั่งหลังสุด ซูมที่สุดแล้วก็ได้ออกมาไกลๆ
นึกทึกทักไปเองว่า หุ่นทุกตัวนั่นเป็นกำลังใจที่ส่งมาเป็นเพื่อนที่นี่
มองไปรอบๆ ทุกคนก็ดูรื่นเริงดี เพราะดูเหมือนคนแสดงพยายามอย่างยิ่งที่จะให้คนดูมีส่วนร่วม ตบมือบ้าง เต้นบ้าง

การแสดงจบที่สุดสาครตัวน้อยได้ไม้เท้าคืนมากับม้านิลมังกร
จากนี้ก็จะไปตามหาพ่อได้เสียที

แม่ยุ้ยก็ลุกเตรียมตัวกลับ จะไปตามหาพระอภัยฯกับเขาเหมือนกัน
เสียงเรียกชื่อแม่ยุ้ยดังอยู่ข้างหลัง



พระอภัยฯมาเรียกซะแล้วเอาไว้พรุ่งนี้ละกัน..

この記事へのトラックバックURL

http://trackback.blogsys.jp/livedoor/majoreenu/27285729